คู่มือเข้าใจความตกลงสิ่งแวดล้อมโลก: ธุรกิจไทยควรติดตามอะไรและวางแผนต้นทุนอย่างไร

webmaster

국제 환경 협약과 정책 - Photorealistic international environmental policy meeting in a modern Bangkok conference room, Thai ...

ความตกลงสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศส่งผลต่อกฎการค้า การรายงานคาร์บอน และความเสี่ยงของธุรกิจไทย บทความนี้สรุปข้อตกลงหลัก ความแตกต่าง ผลกระทบเชิงปฏิบัติ และเกณฑ์เลือกเครื่องมือหรือที่ปรึกษาอย่างรอบคอบ

국제 환경 협약과 정책 관련 이미지 1

ธุรกิจไทยควรติดตามความตกลงด้านภูมิอากาศเป็นหลักหากมีการใช้พลังงาน การขนส่ง หรือทำงานกับคู่ค้าต่างประเทศ ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องทำความเย็นควรดูประเด็นโอโซน และธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบธรรมชาติควรติดตามความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่กันไป
ผลกระทบต่อกิจการมักไม่ได้เกิดจากความตกลงโลกโดยตรง แต่ส่งผ่านกฎหมาย มาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน เงื่อนไขคู่ค้า และข้อกำหนดการค้าในตลาดปลายทาง
จุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าคือรวบรวมข้อมูลพลังงาน เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และขนส่งก่อนตัดสินใจซื้อระบบหรือจ้างที่ปรึกษา
การทำบัญชีคาร์บอนหรือข้อมูล ESG ไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางเดียวกันทุกองค์กร เพราะความพร้อมของข้อมูลและระดับการทวนสอบที่ต้องการต่างกัน
หากมีคำขอจากลูกค้าหรือผู้ซื้อ ควรใช้คำนั้นเป็นลำดับแรกในการวางงบและเลือกเครื่องมือสนับสนุน

สรุปแบบเห็นภาพทันที

  • UNFCCC พิธีสารเกียวโต และความตกลงปารีส เกี่ยวข้องกับกรอบความร่วมมือด้านภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • อนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออล เน้นการควบคุมสารที่ทำลายชั้นโอโซน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการสารทำความเย็น
  • CBD เน้นการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเป็นธรรม
กรอบความร่วมมือ ประเด็นหลัก สิ่งที่ธุรกิจควรติดตาม จุดเริ่มต้นที่เหมาะสม
UNFCCC / เกียวโต / ปารีส ภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก คำขอข้อมูลคาร์บอนจากคู่ค้า มาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน และกฎในตลาดปลายทาง ข้อมูลไฟฟ้า เชื้อเพลิง การขนส่ง และกระบวนการผลิต
เวียนนา / มอนทรีออล สารที่ทำลายชั้นโอโซน ชนิดและการจัดการสารทำความเย็นในอุปกรณ์หรือสถานประกอบการ สำรวจอุปกรณ์ที่ใช้สารทำความเย็นและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
CBD ความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งวัตถุดิบธรรมชาติ การจัดซื้อ และความคาดหวังของคู่ค้า ทำแผนที่วัตถุดิบและผู้ส่งมอบหลัก
Advertisement

ความตกลงระดับโลกเกี่ยวข้องกับธุรกิจและชีวิตประจำวันอย่างไร

สรุปสั้น: ความตกลงโลกเป็นกรอบ แต่ผลกระทบจริงมักมาจากกฎหมาย มาตรฐานคู่ค้า และตลาด

ความตกลงสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศเป็นกรอบให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดการปัญหาที่ข้ามพรมแดน ธุรกิจรายหนึ่งจึงไม่ควรตีความว่าเกิดภาระใหม่ขึ้นทันทีเพียงเพราะมีข้อตกลงระดับโลกอยู่แล้ว ผลในทางปฏิบัติมักปรากฏผ่านกฎหมายภายในประเทศ ข้อกำหนดการจัดซื้อของลูกค้า มาตรฐานในห่วงโซ่อุปทาน และเงื่อนไขของตลาดส่งออก

สำหรับผู้ประกอบการ ประเด็นสำคัญไม่ใช่การท่องชื่อข้อตกลงให้ครบ แต่คือการรู้ว่าลูกค้า คู่ค้า หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังขอข้อมูลใด และองค์กรมีข้อมูลนั้นพร้อมเพียงใด

3 คำถามที่ควรถามก่อนติดตามนโยบายสิ่งแวดล้อม

คำถามแรกคือ กิจการขายให้ใครและตลาดปลายทางอยู่ที่ใด เพราะความคาดหวังของคู่ค้าอาจต่างกัน คำถามที่สองคือ กิจการใช้พลังงาน เชื้อเพลิง สารทำความเย็น หรือวัตถุดิบธรรมชาติในจุดใด เพื่อมองเห็นข้อมูลที่ควรเก็บก่อน คำถามสุดท้ายคือ มีการขอรายงาน การรับรอง หรือการทวนสอบหรือไม่ เพราะสิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกทำเอง ใช้ซอฟต์แวร์ ESG หรือขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

Advertisement

เปรียบเทียบกรอบความร่วมมือหลัก: ภูมิอากาศ โอโซน และความหลากหลายทางชีวภาพ

UNFCCC พิธีสารเกียวโต และความตกลงปารีสต่างกันตรงไหน

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC เปิดให้ลงนามในการประชุม Earth Summit ปี 1992 และเป็นกรอบหลักของความร่วมมือด้านภูมิอากาศโลก ต่อมาพิธีสารเกียวโต ได้รับการรับรองในปี 1997 โดยกำหนดพันธกรณีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่ประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก

ส่วนความตกลงปารีส ได้รับการรับรองในปี 2015 และใช้แนวทางให้ทุกประเทศจัดทำและปรับปรุงเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC สำหรับธุรกิจ ความแตกต่างนี้ช่วยให้เห็นบริบทของนโยบาย แต่การตัดสินใจลงทุนควรยึดข้อกำหนดที่ใช้กับกิจการจริงในช่วงเวลานั้น ไม่ควรสรุปว่าข้อตกลงใดข้อตกลงหนึ่งสร้างภาระเฉพาะต่อธุรกิจโดยอัตโนมัติ

พิธีสารมอนทรีออลและการจัดการสารทำความเย็น

อนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออลเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการควบคุมสารที่ทำลายชั้นโอโซน ธุรกิจที่มีระบบทำความเย็น อาคาร โรงแรม พื้นที่จัดเก็บ หรือกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ควรเริ่มจากการรู้ว่าใช้อุปกรณ์ใด อยู่ที่ใด และใครรับผิดชอบเอกสารหรือการบำรุงรักษา

การมีทะเบียนอุปกรณ์ที่ชัดเจนช่วยให้ตอบคำถามจากฝ่ายจัดซื้อ ผู้ตรวจประเมิน หรือคู่ค้าได้เป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในระบบขนาดใหญ่ก่อนรู้ความต้องการจริง

CBD กับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและห่วงโซ่อุปทาน

อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ CBD มีเป้าหมายด้านการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเป็นธรรม ธุรกิจเกษตรอาหาร การแปรรูปวัตถุดิบ หรือกิจการที่ใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ ควรพิจารณาความเชื่อมโยงของแหล่งวัตถุดิบ ผู้ส่งมอบ และคำถามด้านความยั่งยืนที่คู่ค้าอาจส่งมา

ข้อควรระวังคืออย่าสื่อสารว่า “ยั่งยืน” เพียงเพราะมีข้อมูลบางส่วน คำกล่าวอ้างควรสอดคล้องกับหลักฐาน ขอบเขตสินค้า และสิ่งที่องค์กรควบคุมได้จริง

Advertisement

จากข้อตกลงสู่ต้นทุนและโอกาสขององค์กรไทย

ผลต่อผู้ส่งออก ผู้ผลิต เกษตรอาหาร ท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ

ผู้ส่งออกมักต้องให้ความสำคัญกับแบบสอบถามหรือข้อมูลที่คู่ค้าร้องขอ ผู้ผลิตอาจต้องรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน เชื้อเพลิง และขนส่ง เกษตรอาหารควรเห็นภาพวัตถุดิบและผู้ส่งมอบ ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอาจเริ่มจากข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และการจัดการภายในสถานประกอบการ

โอกาสไม่ได้อยู่ที่การทำรายงานจำนวนมาก แต่อยู่ที่การมีข้อมูลที่ตอบคำถามได้ตรง ประเมินซ้ำได้ และใช้วางแผนการดำเนินงานต่อได้

ต้นทุนที่ควรวางงบ: ข้อมูลพลังงาน การวัดการปล่อย การปรับกระบวนการ และการตรวจประเมิน

การวางงบควรมองเป็นลำดับ เริ่มจากการรวบรวมเอกสารและข้อมูลพลังงาน เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และการขนส่ง จากนั้นจึงพิจารณาวิธีวัดหรือจัดทำบัญชีคาร์บอน การปรับปรุงกระบวนการ และการตรวจประเมินหากมีผู้ร้องขอ ค่าใช้จ่ายของระบบจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทวนสอบ หรือบริการที่ปรึกษา ESG แตกต่างกันตามขอบเขตข้อมูล จำนวนสถานประกอบการ และระดับการรับรองที่ต้องการ

เมื่อใดควรใช้ซอฟต์แวร์ ESG หรือขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

หากข้อมูลมีไม่มาก อยู่ในไฟล์ไม่กี่ชุด และมีผู้รับผิดชอบชัดเจน การจัดการภายในอาจเหมาะสมในระยะแรก แต่เมื่อมีหลายสาขา หลายผู้ส่งมอบ ต้องรายงานซ้ำหลายรอบ หรือมีคำขอข้อมูลจากคู่ค้าเพิ่มขึ้น ซอฟต์แวร์ ESG อาจช่วยรวมข้อมูลและติดตามเวอร์ชันได้

ส่วนที่ปรึกษาคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือที่ปรึกษา ESG อาจเหมาะเมื่อองค์กรต้องกำหนดขอบเขตงานที่ซับซ้อน ต้องการทบทวนวิธีคำนวณ หรือต้องเตรียมข้อมูลตามคำขอเฉพาะ ควรขอให้ระบุขอบเขต วิธีทำงาน และสิ่งที่จะส่งมอบอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจ

Advertisement

ขั้นตอนเตรียมความพร้อมโดยไม่ลงทุนเกินจำเป็น

รวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และการขนส่ง

เริ่มจากแหล่งข้อมูลที่องค์กรมีอยู่แล้ว เช่น เอกสารค่าใช้จ่าย บันทึกการใช้งาน เอกสารจัดซื้อ และข้อมูลการขนส่ง แยกให้เห็นว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูล ข้อมูลอยู่ที่ใด และอัปเดตเมื่อใด เป้าหมายแรกคือทำให้ข้อมูลตามหาได้และตรวจย้อนกลับได้ ไม่ใช่รีบสร้างรายงานที่ซับซ้อน

ระบุข้อกำหนดจากลูกค้า คู่ค้า และตลาดปลายทาง

รวบรวมแบบสอบถาม หนังสือขอข้อมูล และเงื่อนไขการจัดซื้อจากคู่ค้าไว้ในจุดเดียว แล้วแยกว่าเรื่องใดต้องตอบทันที เรื่องใดเป็นข้อมูลที่ควรเตรียม และเรื่องใดเป็นเพียงแนวโน้มที่ควรติดตาม วิธีนี้ช่วยลดการซื้อเครื่องมือหรือบริการเกินความจำเป็น

กำหนดผู้รับผิดชอบ ตัวชี้วัด และรอบทบทวนข้อมูล

ควรกำหนดผู้ประสานงานข้อมูลเพียงจุดเดียวหรือทีมเล็กที่ชัดเจน พร้อมระบุรอบการตรวจข้อมูลที่เหมาะกับการทำงานจริง ตัวชี้วัดควรเริ่มจากสิ่งที่มีแหล่งข้อมูลรองรับ ไม่ควรตั้งเป้าหมายที่ยังไม่มีวิธีเก็บหลักฐาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการรายงานหรือสื่อสารผลงานสีเขียว

국제 환경 협약과 정책 관련 이미지 2

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงคือใช้ข้อมูลคนละช่วงเวลา ปะปนข้อมูลของหลายสถานประกอบการโดยไม่ระบุขอบเขต หรือกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมกว้างกว่าหลักฐานที่มี ก่อนเผยแพร่ควรตรวจว่าข้อมูลครอบคลุมอะไร ไม่ครอบคลุมอะไร ใช้วิธีใด และมีเอกสารสนับสนุนหรือไม่ การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือ greenwashing

Advertisement

แนวทางตามสถานการณ์: ธุรกิจเล็ก ผู้ส่งออก และองค์กรที่มีหลายสาขา

ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มจากข้อมูลใดก่อน

ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มจากข้อมูลที่เข้าถึงง่ายและเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง ได้แก่ ไฟฟ้า เชื้อเพลิง การขนส่ง และวัตถุดิบหลัก หากยังไม่มีคำขอจากลูกค้า ไม่จำเป็นต้องเร่งทำทุกหัวข้อพร้อมกัน การเก็บข้อมูลให้ต่อเนื่องก่อนมักมีประโยชน์กว่าการทำรายงานครั้งเดียว

ผู้ส่งออกควรจัดลำดับความสำคัญตามคำขอของคู่ค้าอย่างไร

ให้แยกคำขอเป็นสามกลุ่ม คือข้อมูลที่จำเป็นต่อการส่งมอบ ข้อมูลที่ช่วยตอบแบบสอบถามครั้งต่อไป และข้อมูลที่เป็นความคาดหวังระยะยาว หากคู่ค้าระบุรูปแบบหรือระดับการทวนสอบ ควรประเมินช่องว่างระหว่างสิ่งที่ขอกับข้อมูลที่มี ก่อนเลือกจ้างบริการคาร์บอนหรือซื้อระบบใหม่

องค์กรหลายสาขาควรควบคุมคุณภาพข้อมูลแบบใด

องค์กรหลายสาขาควรใช้แบบฟอร์มเดียวกัน กำหนดนิยามข้อมูลให้ตรงกัน และระบุผู้อนุมัติข้อมูลในแต่ละจุด การใช้ซอฟต์แวร์จัดเก็บข้อมูล ESG อาจมีประโยชน์เมื่อการรวบรวมผ่านไฟล์หลายเวอร์ชันเริ่มทำให้ตรวจสอบยาก แต่ควรทดสอบความเข้ากันได้กับกระบวนการทำงานเดิมก่อน

Advertisement

เกณฑ์เลือกเครื่องมือและบริการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม

เปรียบเทียบการทำเอง ทีมภายใน ซอฟต์แวร์ และที่ปรึกษาภายนอก

แนวทาง เหมาะกับกรณี สิ่งที่ต้องมี ข้อควรพิจารณา
ทำเอง ข้อมูลไม่มาก ความต้องการยังไม่ซับซ้อน ผู้รับผิดชอบและเอกสารพื้นฐาน ต้องควบคุมความสม่ำเสมอของข้อมูล
ทีมภายใน ต้องติดตามข้อมูลต่อเนื่อง บทบาทงานและขั้นตอนอนุมัติชัดเจน อาจต้องพัฒนาความรู้และเวลาของทีม
ซอฟต์แวร์ ESG หลายสาขา หลายแหล่งข้อมูล หรือรายงานซ้ำ โครงสร้างข้อมูลและผู้ใช้งานที่ชัดเจน ตรวจสอบการส่งออกข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูล
ที่ปรึกษาภายนอก ขอบเขตซับซ้อนหรือมีคำขอเฉพาะ เอกสารต้นทางและผู้ประสานงาน ต้องระบุวิธีคำนวณและผลงานส่งมอบ

เช็กลิสต์ขอใบเสนอราคา: ขอบเขตงาน วิธีคำนวณ การส่งมอบ และการคุ้มครองข้อมูล

ก่อนเปรียบเทียบผู้ให้บริการ ควรถามให้ครบว่าเก็บข้อมูลประเภทใด ครอบคลุมกี่สถานประกอบการ ใช้วิธีคำนวณหรือกรอบใด ส่งมอบเป็นรายงานหรือไฟล์ข้อมูลรูปแบบใด และองค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้หรือไม่ รวมถึงควรถามเรื่องการเข้าถึงข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล และผู้ที่มีสิทธิ์ใช้งาน

เลือกตามความจำเป็นทางธุรกิจ ไม่ใช่เลือกจากคำกล่าวอ้างด้านการตลาด

เครื่องมือที่เหมาะไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชันมากที่สุด และที่ปรึกษาที่เหมาะไม่ควรถูกเลือกจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ให้เริ่มจากโจทย์ธุรกิจจริง เช่น ต้องตอบคู่ค้าภายในรอบใด ต้องรวมข้อมูลจากกี่หน่วยงาน และต้องการผลลัพธ์ไปใช้ตัดสินใจเรื่องใด

Advertisement

เลือกแนวทางและเปรียบเทียบสรุปก่อนตัดสินใจ

ตารางตัดสินใจตามขนาดองค์กร ความพร้อมของข้อมูล และแรงกดดันจากคู่ค้า

หากองค์กรมีข้อมูลพื้นฐานพร้อมและยังไม่มีคำขอซับซ้อน ให้เริ่มจัดระบบภายในก่อน หากมีคำขอจากคู่ค้าเป็นประจำ ให้พิจารณากระบวนการเก็บข้อมูลที่ทำซ้ำได้ หากมีหลายสาขาหรือหลายผู้รับผิดชอบ ซอฟต์แวร์ ESG อาจช่วยลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน และหากต้องรับมือกับขอบเขตเฉพาะหรือการทวนสอบ ควรประเมินการขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

ลำดับลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างข้อมูลใช้ต่อได้

เริ่มจาก 1) ระบุคำขอที่ต้องตอบ 2) ตรวจข้อมูลที่มี 3) ปิดช่องว่างของเอกสารและผู้รับผิดชอบ 4) เลือกวิธีรวบรวมข้อมูลที่เหมาะกับขนาดงาน 5) ค่อยประเมินระบบหรือบริการเพิ่มเติม วิธีนี้ช่วยให้การลงทุนด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และ ESG เชื่อมกับงานจริงมากกว่าการซื้อเพราะกระแส

Advertisement

เกณฑ์เลือกและสรุปเปรียบเทียบ

ก่อนเลือกแนวทาง ให้ตรวจว่า ต้องส่งข้อมูลให้คู่ค้าหรือไม่ ข้อมูลพลังงานและเชื้อเพลิงพร้อมแค่ไหน มีหลายสาขาหรือหลายแหล่งข้อมูลหรือไม่ ต้องการการทวนสอบในระดับใด และทีมภายในมีเวลารับผิดชอบต่อเนื่องหรือไม่ หากกำลังเปรียบเทียบซอฟต์แวร์ ESG หรือบริการที่ปรึกษา ควรดูขอบเขตงาน วิธีจัดเก็บข้อมูล และรูปแบบผลลัพธ์จากรายละเอียดเงื่อนไขของผู้ให้บริการโดยตรง

Advertisement

บทส่งท้าย

ความตกลงสิ่งแวดล้อมโลกช่วยให้เห็นทิศทางของประเด็นภูมิอากาศ โอโซน และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่การลงมือของธุรกิจควรเริ่มจากข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับกิจการจริง การมีข้อมูลพื้นฐานที่เชื่อถือได้ช่วยให้ตอบคู่ค้า วางแผนต้นทุน และตัดสินใจเลือกเครื่องมือได้รอบคอบขึ้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกด้านในครั้งเดียว หากยังไม่ได้มีความจำเป็นชัดเจน

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1) เก็บเอกสารต้นทางไว้ควบคู่กับตัวเลขสรุปเสมอ
2) แยกข้อมูลตามสาขา สถานประกอบการ หรือผลิตภัณฑ์เมื่อจำเป็น
3) บันทึกผู้จัดทำและช่วงเวลาของข้อมูลทุกครั้ง
4) ตรวจคำขอของคู่ค้าก่อนกำหนดรูปแบบรายงาน
5) ใช้คำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมเท่าที่มีหลักฐานรองรับ

สรุปข้อควรระวัง

ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ใช้กับแต่ละธุรกิจขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม ขนาดกิจการ ประเทศคู่ค้า และกฎหมายที่มีผลใช้บังคับในเวลานั้น ค่าใช้จ่ายด้านบัญชีคาร์บอน การตรวจประเมิน หรือที่ปรึกษาไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขเดียวได้ เพราะขึ้นอยู่กับขอบเขตข้อมูล จำนวนสถานประกอบการ และระดับการรับรองที่ต้องการ ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ความตกลงปารีสมีผลโดยตรงต่อธุรกิจขนาดเล็กในไทยหรือไม่?

A1. ไม่ควรสรุปว่ามีผลโดยตรงต่อทุกธุรกิจโดยอัตโนมัติ ความตกลงปารีสเป็นกรอบที่ให้ทุกประเทศจัดทำและปรับปรุง NDC ผลต่อธุรกิจอาจส่งผ่านกฎหมายภายในประเทศ เงื่อนไขคู่ค้า หรือข้อกำหนดของตลาดปลายทาง จึงควรตรวจว่ากิจการมีคำขอหรือข้อกำหนดใดที่ใช้จริง

Q2. ธุรกิจส่งออกควรเริ่มทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์เองหรือจ้างที่ปรึกษาดีกว่า?

A2. ให้เริ่มจากดูคำขอของคู่ค้าและความพร้อมของข้อมูลก่อน หากข้อมูลไม่ซับซ้อนและมีผู้รับผิดชอบชัดเจน อาจเริ่มจัดระบบภายในได้ แต่หากมีหลายสถานประกอบการ ต้องตอบข้อกำหนดเฉพาะ หรือต้องการทบทวนวิธีการจัดทำ การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอาจเหมาะกว่า

Q3. ค่าใช้จ่ายของระบบจัดการข้อมูล ESG หรือบริการคาร์บอนควรเปรียบเทียบจากอะไรบ้าง?

A3. ควรเปรียบเทียบขอบเขตข้อมูล จำนวนสถานประกอบการ วิธีคำนวณ รูปแบบรายงาน การส่งมอบข้อมูล ความสามารถในการใช้ต่อขององค์กร และเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูล ค่าใช้จ่ายจริงแตกต่างตามระดับความซับซ้อนและระดับการรับรองที่ต้องการ